ตั้งแต่เกิดมา ผมรู้จักและรู้สึกถึงความรักชาติ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งอ่านจากหนังสือ และครั้งหนึ่งได้รู้สึกด้วยตนเอง นั่นคือในยุคของท่านปรีดี และ ท่าน นายก ทักษิณ
แต่หลังๆมานี่ เค้าให้เราสามัคคี ให้เรารักชาติ ซึ่งผมพิจารณาแล้วว่า การกระทำหลายๆอย่างของพวกที่มาบอกให้เรารักชาตินั้น ไม่ได้เรื่อง
นับแต่โครงการต่างๆ ตั้งแต่กู้เงิน มาแจกคนละ 2000 บาท , ซื้อจีที 200 มาให้ลูกตาสี ใช้ ( ตอนวันแถลงข่าว คนทำสไลด์ก็ไปหาข้อมูลมามั่วๆ ดันไปเอาข้อมูลของ GT200 ซึ่งเป็นการ์ดแสดงผลของ nVIDIA มาขึ้นโชว์นักข่าว อายทั้งโลก ) ซึ่งมันไม่ได้มีวงจรอะไรเลย มีแต่เพียงเสาวิทยุทรายซิสเตอร์ , จัดซื้อเรือเหาะ ซึ่งบินได้ไม่พ้นระยะหนังสติ๊ก แต่ราคาแพงลิบลิ่ว , คดียุบพรรค พวกยุติธรรมก็โดนแซกแซง ( ปกติก็โดนแทรกแซงอยู่แล้ว นับแต่สมัยประหาร 3 ทหารยามหน้าประตู และไล่ฆ่านายปรีดี )
แล้วจะมาบอกให้เรารักชาติทำไม
ทุกวันนี้มีแต่การตอแหลระดับชาติ ( ตอแหลเพื่อชาติ , ตอแหลกู้ชาติ ) เพื่อความอยู่รอดของตนเองทั้งนั้น ไครที่มีความสามารถและหัวก้าวหน้าก็โดนฆ่าเหมือนเป็ดไก่ เช่น พลตรี ขัตติยะ
ไครที่ส่งลูกชาวบ้านไปเรียนเมืองนอก ( จบมาแล้วมันจะมาเทียบลูกท่านหลานเธอไง ) ก็ถูกไล่ไปซะ
ไครที่ทำให้ชาวนาชาวสวนลืมตาอ้าปากได้ก็ต้องโดนไล่ไปจนพ้นวิสัย
ทุกวันนี้จึงเหลือแต่เพียงคนตอแหล ที่เปรียบเหมือนซากศพ ซึ่งไม่เหลือแม้แต่เพียงความหวัง ต้องเลียแข้งขา เพื่อปากท้อง
พรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะยังเข้าใจไม่ปรุโปร่ง
ว่า ทุกอย่างที่เกิดในบ้านเมือง คนใหญ่ที่สุดจะต้องรู้เรื่องทุกอย่างอยู่แล้ว นี่คือเรื่องธรรมดา แต่ทำไมคนถึงไม่คิด ให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริงและกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อลูกหลานเรา อย่างแท้จริง
ทรัพยากรในแผ่นดิน มีคนกี่กลุ่มสามารถเข้ากอบโกยผลประโยชน์เพื่อตนและพวกพ้องได้ ผู้อ่านคงรู้
แล้วมาบอกให้เรารักชาติ บางครั้งยังบังคับให้พวกเราเข้าใจว่า สีน้ำเงินคือสีแดง ( สีแดงคือชาติ ) เจ้าสะพานข้ามทะเลใต้ ยังบอกว่า ระวังอย่าทรยศ ชาติ ผมเป็นเพียงพวกสมองน้อยนิด คิดไม่ออก แต่ที่คิดได้ ผมรักชาติเสมอ และรักอย่างแท้จริง ตามหลักของ จอห์น เลนน่อน คือ ไม่มีชาติ
วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น