สิ่งที่เรียกตนว่าผู้ที่มีปัญญาสูงสุดในสิ่งมีชิวิต ที่มีอายุขัยหลายปีและมีอาณาจักรสมมุติเป็นของตนเองแล้ว มักจะใช้ประสบการณ์และปัญญาของตนมาตัดสินผู้อื่นเสมอ มักจะสร้างกรอบความคิดให้กับผู้เยาว์กว่าเสมอ ทั้งนี้เพื่อความถูกต้องสมมุติ ที่เขาได้จินตนาการขึ้นว่าต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ไครคิดและทำแบบอื่น ผิดหมด นั่นคือความเป็นตัวกู ของกู ของเขาผู้นั้น
หลายคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่า คิดเหมือนกูนี่แหละ ถูกต้อง ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ในธรรมชาติที่ข้าพเจ้าคิดได้ มันจะไม่มีอะไรผิด หรือ ถูก เพียงแต่เราเป็นผู้ตั้งขอบเขตของความถูกและผิดขึ้นมาเอง จากประสบการณ์ต่างๆ ของตนเองทั้งทางตรงและทางอ้อม ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่าย เช่น เด็กคนหนึ่ง ซึ่งมีฐานะยากจน ที่มีหน้าที่หลายอย่าง ทั้งต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพื่อให้มีชีวิตรอดได้ ท่ามกลางสังคมที่เอารัดเอาเปรียบจากสิ่งทั้งหลาย ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยหวังว่าจะสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ถึงขีดสุดได้ แต่แล้วสิ่งที่หวังมันไม่เป็นดังหวัง เพราะกรอบของความผิดความถูก ได้ถูกนำมาใช้โดยผู้มีความเป็นตัวกู ของกู ซึ่งมีฐานะสมมุติสูงกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นโดยสิ้นเชิงในทุกด้าน
แม้กระทั่งการทำงานเด็กๆเช่นการนำเสนอโดยสื่อความคิดที่ขายอยู่ตามท้องตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกแห่งหนึ่งซึ่งแพร่หลายในด้านการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ต้องทำตามแบบแผนของเขาผู้นั้น ข้าพเจ้าถามตนเองด้วยขี้เลื่อยที่มีว่า มันมีด้วยหรือ ความผิดความถูก ไครเป็นคนตั้งว่าทำแบบนี้ผิดทำแบบนี้ถูก ทั้งๆที่เนื้อหาสาระโดยแท้จริงแล้วก็ทัดเทียมกัน
เด็กหนุ่มคนนั้นทำงานเพื่อแลกกับค่าสมมุติเพื่อช่วยให้มีเรี่ยวแรงต่อไปได้ในแต่ละวันโดยไม่มีเวลาคำนึงถึงการจัดการเวลามากนักเพราะไม่มีเวลาให้จัดการ การตื่นนอนแต่เช้าตรู่เป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่ง เพราะ เขานอนตอนตี 4 ตี 5 เมื่อเวลาเรียนสิ่งสมมุติเป็น 8 โมงเช้า เขาก็ไปสายหรือไม่ได้ไป หากเขาไปสายก็จะได้รับการว่ากล่าวจากผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่า ทำไมถึงมาสายล่ะครับ ? เมื่อคืนทำอะไรอยู่? ทีหลังตื่นให้เช้ากว่านี้นะครับ วิดพื้น 20 ก่อน
ด้วยความที่เขาเป็นเด็กซึ่งอ่อนเยาว์กว่า เขาก็วิดพื้น 20 ครั้ง ตามคำสั่งที่ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ด้วยความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เขามีอาการคล้ายจะเป็นลม เพราะกระเพาะอาหารของเขายังไม่ได้บดขยี้สิ่งอันใดเลย แขนเขาสั่นเทาในขณะนั่งเรียนสิ่งสมมุตินั้น เพื่อจำและวัดผลกันในวันสุดท้ายของการศึกษาสิ่งสมมุติเหล่านั้น
ขณะนั่งฟังเขาก็สงสัยจึงถามตนเองว่า ผู้ใหญ่ผู้นี้เมื่อครั้งอายุเท่ากับเขา เขาทำอะไร เขากินอะไร เขาได้สิ่งที่ทำให้เขาอยู่รอดได้อย่างไร ทำไมเขาถึงคิดว่าเขาถูกต้องทุกอย่าง ทำไมเขาต้องเอาตัวของเขามาวัดตัวของเรา เพียงเพื่อที่จะให้เราคิดว่าเขาสุดยอดอย่างนั้นหรือ ทำไมหนอเขาถึงไม่เอาตัวของเราตั้งแล้วให้เราลบออกด้วยตัวของเขา นี่คือสัจธรรมข้อหนึ่งเช่นกัน ที่เด็กหนุ่มผู้นั้นกำลังเผชิญอยู่ตลอดมา
แต่ไม่เพียงกระนั้น เด็กหนุ่มผู้นั้นได้ตั้งปณิธาณอันแน่วแน่ว่า เขาจะไม่เอาตัวเขาเป็นตัวตั้ง และเขาจะเคารพในการกระทำของทุกชีวิต แม้ว่าชีวิตนั้นๆจะไม่สามารถรับรู้ได้ในมโนธรรมได้ลึกซึ้งมากพอก็ตาม
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
อะไรคือความพอเพียง ?
บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าไปไหนมาไหนเพราะจิตวิญญาณศิลปินท้องแห้งของข้าพเจ้าชักชวน ข้าพเจ้าไปไหนมาไหนจะได้ยินคนส่วนใหญ่พูดกันว่าเศรษฐกิจพอเพียง
ข้าพเจ้าถามตัวเองอีก ว่า พอเพียงคืออะไร ?
หลายคนบอกว่า อยู่แบบหาเช้ากินค่ำคือพอเพียง บางคนบอกว่า อยู่แบบไม่เป็นหนี้ไครคือพอเพียง หลายคนบอกว่าปลูกผักกินเองพอเพียง หลายคนบอกว่าทำนาพอเพียง หลายคนบอกว่า กินน้อยๆพอเพียง
ข้าพเจ้าได้บังเอิญได้ฟังชีวประวัติของบุคลท่านหนึ่งซึ่งผู้ทรงศีลในสายตาของข้าพเจ้าบอกกล่าวให้ฟังว่า
ที่นครปฐม มีชาวจีนคนหนึ่ง มามือ 10 นิ้ว ( ปกติ ) และมารับจ้างทำทุกอย่างที่สุจริต จนมีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ
มีภรรยามากมายหลายคนและสามารถบริหารภรรยาได้หมดทุกคน ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยกัน ซึ่งชาวจีนคนดังกล่าว จะเป็นหัวหลักใหญ่ในการมอบหมายหน้าที่ ภรรยาทั้งหลาย เมื่อมีบุตร-ธิดา ก็สั่งสอนบุตร-ธิดา ตามความต้องการของผู้เป็นพ่อ จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไครทำอะไรได้-ทำ ขายอะไรได้-ขาย ทุกวันนี้ ทำบุญครั้งละ 60000
.....
คำว่าพอเพียงในความคิดอันมีแต่ขี้เลื่อยของข้าพเจ้า สรุปใจความได้ว่า มันจะต้องพอเพียงทั้งหมด ไม่ว่าเราจะทำกิจอันใดก็พอเพียงไปทั้งหมด ไม่ไช่ว่า พอเพียงแต่การกิน พอเพียงแต่เงิน พอเพียงแต่การไม่ต้องจ่ายค่าโน่นค่านี่ หลักของในหลวง ช่างลึกซึ้งยิ่งนัก ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ข้าพเจ้าถามตัวเองอีก ว่า พอเพียงคืออะไร ?
หลายคนบอกว่า อยู่แบบหาเช้ากินค่ำคือพอเพียง บางคนบอกว่า อยู่แบบไม่เป็นหนี้ไครคือพอเพียง หลายคนบอกว่าปลูกผักกินเองพอเพียง หลายคนบอกว่าทำนาพอเพียง หลายคนบอกว่า กินน้อยๆพอเพียง
ข้าพเจ้าได้บังเอิญได้ฟังชีวประวัติของบุคลท่านหนึ่งซึ่งผู้ทรงศีลในสายตาของข้าพเจ้าบอกกล่าวให้ฟังว่า
ที่นครปฐม มีชาวจีนคนหนึ่ง มามือ 10 นิ้ว ( ปกติ ) และมารับจ้างทำทุกอย่างที่สุจริต จนมีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ
มีภรรยามากมายหลายคนและสามารถบริหารภรรยาได้หมดทุกคน ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยกัน ซึ่งชาวจีนคนดังกล่าว จะเป็นหัวหลักใหญ่ในการมอบหมายหน้าที่ ภรรยาทั้งหลาย เมื่อมีบุตร-ธิดา ก็สั่งสอนบุตร-ธิดา ตามความต้องการของผู้เป็นพ่อ จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไครทำอะไรได้-ทำ ขายอะไรได้-ขาย ทุกวันนี้ ทำบุญครั้งละ 60000
.....
คำว่าพอเพียงในความคิดอันมีแต่ขี้เลื่อยของข้าพเจ้า สรุปใจความได้ว่า มันจะต้องพอเพียงทั้งหมด ไม่ว่าเราจะทำกิจอันใดก็พอเพียงไปทั้งหมด ไม่ไช่ว่า พอเพียงแต่การกิน พอเพียงแต่เงิน พอเพียงแต่การไม่ต้องจ่ายค่าโน่นค่านี่ หลักของในหลวง ช่างลึกซึ้งยิ่งนัก ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
นั่งรถเล่น
เรื่องต่อมาที่จะเล่าคือ เรื่องบนถนน ข้าพเจ้าเป็นฅนจนไม่มีรายได้แน่นอนจึงต้องไปไหนมาไหนโดยรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งค่าใช้จ่าย/กิโลเมตรถูกที่สุด เรียกได้ว่า มีเงินในกระเป๋ากางเกง 20 บาท ก็ไปได้ 60 กิโลเมตร ซึ่งห่างกับรถของคนรวยที่มีปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3000 ซีซี ถึง 10 เท่า
เวลาว่างๆที่ข้าพเจ้ารู้สึกอยากไปไหนมาไหนตามใจอิสระเพื่อแสวงหาอะไรบางอย่างที่ไม่อาจจะเล่าขานเป็นคำบอกเล่าได้ นั่นเพราะยากที่จะอธิบายความก้าวไกลของจินตนาการอันไกลโพ้น
ข้าพเจ้ามีความเชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้ถึงมอเตอร์ไซค์ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ทั้งในด้านเทคนิด ด้านทางโลกและทางธรรม ข้าพเจ้าสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกและอาการของมัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่แร่โลหะที่ผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมและเศษพลาสติกแปรรูปไม่กี่ชิ้น ข้าพเจ้าพามันไปไกลกว่า 28000 กิโลเมตร ตามกำลังทรัพย์ที่ข้าพเจ้าพอจะหาได้ตามกำลัง เส้นทางที่ข้าพเจ้าไปนั้น มีทุกรูปแบบ สิ่งที่พาลพบบ่อยๆคือ ยานพาหนะที่โตกว่าข้าพเจ้าจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นข้าพเจ้าเวลาขับสวนทางเวลากลางคืน บางคันก็เปิดไฟสูง ซึ่งข้าพเจ้าคิดในใจว่า ทำไมเขาถึงเปิดไฟสูง ข้าพเจ้าตบไฟสูงและต่ำสลับกันไปเพื่อบอกเป็นนัยว่า ข้าพเจ้าแสบตา แต่ก็ไมมีการปรับเป็นไฟต่ำ
วันหนึ่ง ข้าพเจ้าขับขี่รถสองล้อคู่ใจ ออกไปเพื่อแสวงหาความอิสระชั่วขณะอีก ขับด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี อยู่ๆก็มีกระป๋องลอยออกมาจากหน้าต่างรถที่ข้าพเจ้ากำลังจะแซง ทำให้ข้าพเจ้าบีบคลัชท์เพื่อตัดกำลังเครื่องยนต์และหลบกระป๋องใบนั้น คาดว่าเป็นกระป๋องของบริษัทเครื่องดื่มในภาคใต้ เพราะมีสีแดงๆ
ถนนเมืองไทย นับว่ามีความสบายพอสมควรตามแบบฉบับประเทศกำลังพัฒนา ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า ถนนสบายๆแบบนี้ รถที่ออกมาขายน่าจะทำมาให้เหมาะสมพอดีก็น่าจะพอเพียง
มีช่วงหนึ่ง เศรษฐกิจเอื้ออำนวยต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จึงทำให้เกือบทุกหลังคาเรือนสามารถมีทุนทรัพย์ไปดาวน์รถยนต์กัน ( ไม่รวมบ้านของข้าพเจ้า เพราะ จน ) ที่ข้าพเจ้าสังเกตุคือ ทุกหลังคาเรือน จะซื้อรถที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแทบทั้งสิ้น เสมือนหนึ่งว่า ถนนเมืองไทยเป็นหลุมเป็นบ่อลึกครึ่งขา และโคลน 20 เซ็นติเมตร ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่เรียกตัวเองว่าผู้มีปัญญาถึงคิดอะไรแปลกๆ แบบที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิด
ข้าพเจ้าขับรถสองล้อคู่ใจมาถึงสามแยกแห่งหนึ่งซึ่งมีรถขับเคลื่อน 4 ล้อคันสูงคันหนึ่งติดฟิล์มกรองแสงสีดำในเวลาไกล้พลบค่ำ มาในทางโทและมีตราราชสีห์สีทองอยู่ที่ช่องรับลมด้านหน้า ข้าพเจ้าอยู่ทางเอก แต่ต้องหยุดให้ราชสีห์ผ่านไปก่อนเนื่องจากเป็นรถ 2 ล้อราคาถูกและไม่มีอำนาจทางสังคม แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการได้นั่งกินข้าวกับครอบครัวในตอนเย็น
ข้าพเจ้าได้ทราบจากประสบการณ์ว่า ประเทศลาว (ซึ่งคนไทยมักจะว่าคนไทยด้วยกันเองว่า ไอ้ลาว หากคนไทยคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ถูกใจคนอื่น ) ห้ามมิให้คนซื้อรถเงินผ่อน นั่นเพราะอะไร? ข้าพเจ้าถามตนเอง และตอบกับตนเองด้วยปัญญาอันน้อยนิดที่มีผสมกับขี้เลื่อยซึ่งมีจำนวนมากกว่าว่า อ๋อ มันน่าจะมาจากความจริงใจที่ รัฐ ( รัด-ถะ) มีต่อประชาชนของพวกรัฐลาว เพราะประชาชนจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้กับไครบางคน
นั่นคือลาว ( ผมอยากเป็นลาวขึ้นแล้วซี ) ทำไมรัฐไทยจึงไปจ้างรัฐลาวให้สร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับรัฐไทย ? ผมก็ตอบกับตัวเองตามกำลังขี้เลื่อยที่มีอยู่ว่า อ๋อ ก็เพราะว่ารัฐไทย ต้องการนำไฟฟ้ามาจ่ายให้กับอนาคตของ รัฐไทย ที่วันๆเอาแต่เล่น MSN หรือ HI5 หรือไม่ก็เกมส์ออนไลน์ ละมั้ง ก็มั่วๆไปตามหลักความจริง
ขับรถสองล้อคู่ใจจนอิ่มเอิบใจดีแล้วก็ทำตนให้ร่มรื่น กินข้าวกินปลาตามอัตภาพ เปิดดูข่าวสารและรายการต่างๆ ได้มีโอกาสชมรายการทีวีของประเทศไทย จากขี้เลื่อยของข้าพเจ้าแสดงให้เห็นว่า สาระมีแค่ 5 ในร้อย ต่างจากรายการของรัฐอื่นๆ ( อาจจะเป็นเพราะข้าพเจ้าไม่ได้ดูรายการที่ไม่ดีของรัฐอื่นแล้วมาพูดเรื่อยเปื่อย) เช่น สหรัฐ มีรายการ American Inventor ซึ่งข้าพเจ้าชอบที่สุด เอามาเทียบกับรายการไทยก็คงจะเทียบได้พอๆกับคนไทยวันนี้ในข่าว ( คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่องเจ๊ด ) หากแต่คนไทยวันนี้ มีเวลาการออกอากาศไม่เกิน 5 นาที / วัน ละครหลังข่าวบ้านเราก็มีอยู่พอจะสรุปใจความได้ ตอนแรก พระเอกไม่รู้จักนางเอก หรือรบกันก่อนหรือเกี่ยวข้องกับพี่ๆน้องของพระนาง ทั้งแม่ยาย ลูกเขย พี่สะไภ้ ตอนจบพระเอกก็จะแฮบปี้เอนดิ้งเสมอมา ต่างกับละครของ อเมริกา ( อีแล้วเหรอวะเนี่ย ) เช่นเรื่อง ไปรซั่น เบรค เป็นต้น
ว่ากันยาวพอสมควร ก็พูดกันไปตามประสาฅนจน
เวลาว่างๆที่ข้าพเจ้ารู้สึกอยากไปไหนมาไหนตามใจอิสระเพื่อแสวงหาอะไรบางอย่างที่ไม่อาจจะเล่าขานเป็นคำบอกเล่าได้ นั่นเพราะยากที่จะอธิบายความก้าวไกลของจินตนาการอันไกลโพ้น
ข้าพเจ้ามีความเชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้ถึงมอเตอร์ไซค์ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ทั้งในด้านเทคนิด ด้านทางโลกและทางธรรม ข้าพเจ้าสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกและอาการของมัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่แร่โลหะที่ผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมและเศษพลาสติกแปรรูปไม่กี่ชิ้น ข้าพเจ้าพามันไปไกลกว่า 28000 กิโลเมตร ตามกำลังทรัพย์ที่ข้าพเจ้าพอจะหาได้ตามกำลัง เส้นทางที่ข้าพเจ้าไปนั้น มีทุกรูปแบบ สิ่งที่พาลพบบ่อยๆคือ ยานพาหนะที่โตกว่าข้าพเจ้าจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นข้าพเจ้าเวลาขับสวนทางเวลากลางคืน บางคันก็เปิดไฟสูง ซึ่งข้าพเจ้าคิดในใจว่า ทำไมเขาถึงเปิดไฟสูง ข้าพเจ้าตบไฟสูงและต่ำสลับกันไปเพื่อบอกเป็นนัยว่า ข้าพเจ้าแสบตา แต่ก็ไมมีการปรับเป็นไฟต่ำ
วันหนึ่ง ข้าพเจ้าขับขี่รถสองล้อคู่ใจ ออกไปเพื่อแสวงหาความอิสระชั่วขณะอีก ขับด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี อยู่ๆก็มีกระป๋องลอยออกมาจากหน้าต่างรถที่ข้าพเจ้ากำลังจะแซง ทำให้ข้าพเจ้าบีบคลัชท์เพื่อตัดกำลังเครื่องยนต์และหลบกระป๋องใบนั้น คาดว่าเป็นกระป๋องของบริษัทเครื่องดื่มในภาคใต้ เพราะมีสีแดงๆ
ถนนเมืองไทย นับว่ามีความสบายพอสมควรตามแบบฉบับประเทศกำลังพัฒนา ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า ถนนสบายๆแบบนี้ รถที่ออกมาขายน่าจะทำมาให้เหมาะสมพอดีก็น่าจะพอเพียง
มีช่วงหนึ่ง เศรษฐกิจเอื้ออำนวยต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จึงทำให้เกือบทุกหลังคาเรือนสามารถมีทุนทรัพย์ไปดาวน์รถยนต์กัน ( ไม่รวมบ้านของข้าพเจ้า เพราะ จน ) ที่ข้าพเจ้าสังเกตุคือ ทุกหลังคาเรือน จะซื้อรถที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแทบทั้งสิ้น เสมือนหนึ่งว่า ถนนเมืองไทยเป็นหลุมเป็นบ่อลึกครึ่งขา และโคลน 20 เซ็นติเมตร ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่เรียกตัวเองว่าผู้มีปัญญาถึงคิดอะไรแปลกๆ แบบที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิด
ข้าพเจ้าขับรถสองล้อคู่ใจมาถึงสามแยกแห่งหนึ่งซึ่งมีรถขับเคลื่อน 4 ล้อคันสูงคันหนึ่งติดฟิล์มกรองแสงสีดำในเวลาไกล้พลบค่ำ มาในทางโทและมีตราราชสีห์สีทองอยู่ที่ช่องรับลมด้านหน้า ข้าพเจ้าอยู่ทางเอก แต่ต้องหยุดให้ราชสีห์ผ่านไปก่อนเนื่องจากเป็นรถ 2 ล้อราคาถูกและไม่มีอำนาจทางสังคม แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการได้นั่งกินข้าวกับครอบครัวในตอนเย็น
ข้าพเจ้าได้ทราบจากประสบการณ์ว่า ประเทศลาว (ซึ่งคนไทยมักจะว่าคนไทยด้วยกันเองว่า ไอ้ลาว หากคนไทยคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ถูกใจคนอื่น ) ห้ามมิให้คนซื้อรถเงินผ่อน นั่นเพราะอะไร? ข้าพเจ้าถามตนเอง และตอบกับตนเองด้วยปัญญาอันน้อยนิดที่มีผสมกับขี้เลื่อยซึ่งมีจำนวนมากกว่าว่า อ๋อ มันน่าจะมาจากความจริงใจที่ รัฐ ( รัด-ถะ) มีต่อประชาชนของพวกรัฐลาว เพราะประชาชนจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้กับไครบางคน
นั่นคือลาว ( ผมอยากเป็นลาวขึ้นแล้วซี ) ทำไมรัฐไทยจึงไปจ้างรัฐลาวให้สร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับรัฐไทย ? ผมก็ตอบกับตัวเองตามกำลังขี้เลื่อยที่มีอยู่ว่า อ๋อ ก็เพราะว่ารัฐไทย ต้องการนำไฟฟ้ามาจ่ายให้กับอนาคตของ รัฐไทย ที่วันๆเอาแต่เล่น MSN หรือ HI5 หรือไม่ก็เกมส์ออนไลน์ ละมั้ง ก็มั่วๆไปตามหลักความจริง
ขับรถสองล้อคู่ใจจนอิ่มเอิบใจดีแล้วก็ทำตนให้ร่มรื่น กินข้าวกินปลาตามอัตภาพ เปิดดูข่าวสารและรายการต่างๆ ได้มีโอกาสชมรายการทีวีของประเทศไทย จากขี้เลื่อยของข้าพเจ้าแสดงให้เห็นว่า สาระมีแค่ 5 ในร้อย ต่างจากรายการของรัฐอื่นๆ ( อาจจะเป็นเพราะข้าพเจ้าไม่ได้ดูรายการที่ไม่ดีของรัฐอื่นแล้วมาพูดเรื่อยเปื่อย) เช่น สหรัฐ มีรายการ American Inventor ซึ่งข้าพเจ้าชอบที่สุด เอามาเทียบกับรายการไทยก็คงจะเทียบได้พอๆกับคนไทยวันนี้ในข่าว ( คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่องเจ๊ด ) หากแต่คนไทยวันนี้ มีเวลาการออกอากาศไม่เกิน 5 นาที / วัน ละครหลังข่าวบ้านเราก็มีอยู่พอจะสรุปใจความได้ ตอนแรก พระเอกไม่รู้จักนางเอก หรือรบกันก่อนหรือเกี่ยวข้องกับพี่ๆน้องของพระนาง ทั้งแม่ยาย ลูกเขย พี่สะไภ้ ตอนจบพระเอกก็จะแฮบปี้เอนดิ้งเสมอมา ต่างกับละครของ อเมริกา ( อีแล้วเหรอวะเนี่ย ) เช่นเรื่อง ไปรซั่น เบรค เป็นต้น
ว่ากันยาวพอสมควร ก็พูดกันไปตามประสาฅนจน
ทำไมพวกสูจึงมองชีวิตอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณประจำปีของตาสีตาสา ?
บ่อยครั้งที่ ผม เห็นเด็กๆโดนผู้สูงอายุด่าว่าเพียงเพราะกระทำการแบบเด็กๆ เช่น เล่นบนกองทราบ หรือ เล่นดิน หรือ วิ่งเล่นตากฝน เป็นต้น
สิ่งที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทำคืออะไร? มันก็ไม่ต่างกับการเล่นกองทราย ที่เด็กๆเล่นกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากทรายเป็นหยาดเหงี่อแรงงานของชนชั้นกรรมาชีพ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นงบประมาณประจำปีเพื่อแจกจ่ายไปได้ทั่วถึงกัน
ผมยังจำได้ ไม่รู้สมัยไหน ตอนนั้นยังเด็กแต่ก็ยังเด็กไม่มากเกินพอที่จะรับรู้ความมากหรือไม่มาก ตอนนั้นมารดาและบิดาของผมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งมิได้ลำบากลำบนอัตคัตขัดสนดังเช่นสมัยนี้ เพราะสมัยนั้น บิดาผมยังมีชีวิตอยู่
บิดาผมได้ถือถุงมาถุงหนึ่ง ซึ่งในถุงหิ้วพลาสติกใสนั้นมีถุงเล็กๆๆๆเขียนข้างถุงว่า เมล็ดพันธ์ผักต่างๆ นับรวมๆแล้วได้ 1 ถุง คือ เมล็ดผักบุ้ง บิดาผมแกะถุงกับเล็บอันคมของเขา ( บิดาผมไม่เคยใช้ปากฉีกถุงและไม่มีเขี้ยวที่ยาวจนลากดิน ) แล้วส่งก้อนกลมๆเล็กๆดำๆขนาดเท่าหัวไม้ขีดเห็นจะได้ให้ผม ผมนับได้ 17 ก้อน มันคือเมล็ดผักบุ้งในถุงซึ่งมาจากโครงการผักสวนครัว รั้วกินได้ จากนั้น บิดาผมก็เอาไม้ขีดไฟที่ใช้จุดใบจากหรือใบตองแห้งเพื่อสูบบุหรี่ จุดที่ก้นถุง เพื่อให้ถุงใบนั้นสลายตัวกลายเป็นสารเคมีขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศโลก ถุงใบนั้นก็สลายไปทันที ผมไปขุดร่องผักตามประสาเด็กเพื่อเตรียมปลูกผักบุ้ง ผมขุดร่องอย่างสวยงามตามประสาผมในขณะนั้น แล้วก็จัดการนำเมล็ดผักบุ้ง มาวางเป็นแนวสี่เหลี่ยม วางได้ 4 แถวแถวละ 4 ต้น เนื่องจากผมทำเมล็ดผักบุ้งหล่นหายไป 1 เมล็ด จึงเหลือ 16 เมล็ด ( 17-1 = 16 )
ผักบุ้งผมเริ่มงอก ผมดีใจเต็มที่ รดน้ำทุกวัน ปวดฉี่ที่ไหนก็อดทนมาฉี่ใส่ผักบุ้ง จนงอกงามดี พอจะนำมาผัดได้ ผมก็ตัดทั้ง 16 ต้นมา ให้มารดาผัด มารดาก็ผัดอย่างเชี่ยวชาญ จนได้ผักบุ้งผัดจานเล็กสำหรับผม
นั่นคือ การจัดสรรค์งบประมาณอย่างลงตัว ของรัฐบาลสมัยหนึ่ง
ผมโตขึ้นและได้มีประสบการณ์ในเรื่องต่างๆมากขึ้นตามไปด้วยและได้สัมผัสกับ Google earth ผมลองเล่นๆดู ดูจากนอกโลกมันสวยงามเว้ยเห้ย กลมปี๊ดเชียว เหมือนลูกปิงปอง มีทะเล มีแผ่นดิน นั่นคือความรู้สึกตอนผมมองโลกของผมเอง เห้ยตะวันออกกลางทำไมมันเหลืองยังงั้นวะ? ผมตั้งคำถามกับตนเอง เอ้ เมืองไทยเราเขียวดีเว้ย ผมบ่นกับตัวเอง ผมซูมลงไปไกล้ๆ มาเมืองไทยมั่ง ไปญี่ปุ่นบ้าง ไปอเมริกาบ้าง ออสเตรเลียบ้าง เยอะไปหมด แล้วมาต้องตำถามกับตนเอง เห้ย ทำไมวางผังเมืองยังงี้วะเมืองไทย เห้ยทำไมบ้านหลังนั้นใหญ่จัง ? เห้ยทำไมสีน้ำดำจัง เห้ยทำไมมันวุ่นวายจังวะ และแล้วผมก็ ซูมเอาท์ออกไปอีก เพื่อหมุนโลกเล่น และดูจากมุมสูงเพื่อชมความสวยงามจอมปลอม
แต่ผมก็ไม่เคยมองที่อยู่ใต้กรอบงบประมาณ
สิ่งที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทำคืออะไร? มันก็ไม่ต่างกับการเล่นกองทราย ที่เด็กๆเล่นกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากทรายเป็นหยาดเหงี่อแรงงานของชนชั้นกรรมาชีพ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นงบประมาณประจำปีเพื่อแจกจ่ายไปได้ทั่วถึงกัน
ผมยังจำได้ ไม่รู้สมัยไหน ตอนนั้นยังเด็กแต่ก็ยังเด็กไม่มากเกินพอที่จะรับรู้ความมากหรือไม่มาก ตอนนั้นมารดาและบิดาของผมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งมิได้ลำบากลำบนอัตคัตขัดสนดังเช่นสมัยนี้ เพราะสมัยนั้น บิดาผมยังมีชีวิตอยู่
บิดาผมได้ถือถุงมาถุงหนึ่ง ซึ่งในถุงหิ้วพลาสติกใสนั้นมีถุงเล็กๆๆๆเขียนข้างถุงว่า เมล็ดพันธ์ผักต่างๆ นับรวมๆแล้วได้ 1 ถุง คือ เมล็ดผักบุ้ง บิดาผมแกะถุงกับเล็บอันคมของเขา ( บิดาผมไม่เคยใช้ปากฉีกถุงและไม่มีเขี้ยวที่ยาวจนลากดิน ) แล้วส่งก้อนกลมๆเล็กๆดำๆขนาดเท่าหัวไม้ขีดเห็นจะได้ให้ผม ผมนับได้ 17 ก้อน มันคือเมล็ดผักบุ้งในถุงซึ่งมาจากโครงการผักสวนครัว รั้วกินได้ จากนั้น บิดาผมก็เอาไม้ขีดไฟที่ใช้จุดใบจากหรือใบตองแห้งเพื่อสูบบุหรี่ จุดที่ก้นถุง เพื่อให้ถุงใบนั้นสลายตัวกลายเป็นสารเคมีขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศโลก ถุงใบนั้นก็สลายไปทันที ผมไปขุดร่องผักตามประสาเด็กเพื่อเตรียมปลูกผักบุ้ง ผมขุดร่องอย่างสวยงามตามประสาผมในขณะนั้น แล้วก็จัดการนำเมล็ดผักบุ้ง มาวางเป็นแนวสี่เหลี่ยม วางได้ 4 แถวแถวละ 4 ต้น เนื่องจากผมทำเมล็ดผักบุ้งหล่นหายไป 1 เมล็ด จึงเหลือ 16 เมล็ด ( 17-1 = 16 )
ผักบุ้งผมเริ่มงอก ผมดีใจเต็มที่ รดน้ำทุกวัน ปวดฉี่ที่ไหนก็อดทนมาฉี่ใส่ผักบุ้ง จนงอกงามดี พอจะนำมาผัดได้ ผมก็ตัดทั้ง 16 ต้นมา ให้มารดาผัด มารดาก็ผัดอย่างเชี่ยวชาญ จนได้ผักบุ้งผัดจานเล็กสำหรับผม
นั่นคือ การจัดสรรค์งบประมาณอย่างลงตัว ของรัฐบาลสมัยหนึ่ง
ผมโตขึ้นและได้มีประสบการณ์ในเรื่องต่างๆมากขึ้นตามไปด้วยและได้สัมผัสกับ Google earth ผมลองเล่นๆดู ดูจากนอกโลกมันสวยงามเว้ยเห้ย กลมปี๊ดเชียว เหมือนลูกปิงปอง มีทะเล มีแผ่นดิน นั่นคือความรู้สึกตอนผมมองโลกของผมเอง เห้ยตะวันออกกลางทำไมมันเหลืองยังงั้นวะ? ผมตั้งคำถามกับตนเอง เอ้ เมืองไทยเราเขียวดีเว้ย ผมบ่นกับตัวเอง ผมซูมลงไปไกล้ๆ มาเมืองไทยมั่ง ไปญี่ปุ่นบ้าง ไปอเมริกาบ้าง ออสเตรเลียบ้าง เยอะไปหมด แล้วมาต้องตำถามกับตนเอง เห้ย ทำไมวางผังเมืองยังงี้วะเมืองไทย เห้ยทำไมบ้านหลังนั้นใหญ่จัง ? เห้ยทำไมสีน้ำดำจัง เห้ยทำไมมันวุ่นวายจังวะ และแล้วผมก็ ซูมเอาท์ออกไปอีก เพื่อหมุนโลกเล่น และดูจากมุมสูงเพื่อชมความสวยงามจอมปลอม
แต่ผมก็ไม่เคยมองที่อยู่ใต้กรอบงบประมาณ
ทำไมอเมริกาไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ?
คุณเคยเล่นเกมส์ทหารไหม เช่น Call Of Duty , Crysis , Rainbow six , Front line fuel of war เป็นต้น เห็นว่ามาจากค่ายเกมส์ในอเมริกาทั้งสิ้น คุณเคยได้ฟังผู้นำประเทศอเมริกากล่าวสุนทรพจน์ไหม? ขนคุณลุกไหม? คุณเคยดูหนังไหม? หนังสงคราม เช่นเรื่อง Behide the enermy line หรือเรื่อง Rising sun หรือ Black hawk down และอีกหลายๆเรื่องแม้แต่ แรมโบ้ ที่ลุยเดี่ยวบุกโหดฆ่าทั้งกองทัพ ( ถ้าจะต้องตายในชาติใหม่คงสัก 10000 ชาติได้มั้ง) เรื่องหลักของทหารหาญเหล่านั้นคือ ชาติ
ชาติ คืออะไร ชาตินี้ ชาติหน้า อะไรคือชาติ ตำรวจ ทหาร เคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติกันทุกวัน เอกราชจะมิให้ไครข่มขี่ รักชาติกันทุกวัน ตอนวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งหรือการดื่มน้ำสาบาน เจ้าพ่อจะยืนหลังๆ ทำปากหมุบหมิบไม่ออกเสียง เห็นได้ทั่วไป นั่นคือชาติไทย รักชาติไทย เวลาเกิดปัญหาก็หนีไปต่างประเทศนั่นก็รักชาติไทย มีเรื่องนิดหน่อยก็ไปต่างชาติ นั่นคือจิตใจแท้จริงของความรู้สึกว่าชาติของคนไทย
เทคโนโลยีที่ทันสมัย และ การรักชาติที่แท้จริงของคนอเมริกา ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะทำเพื่อชาติ อย่างแท้จริง
ซึ่งต่างกับไทย ซึ่งมีการหนีทหารอยู่ทุกปีไป
ชาติ คืออะไร ชาตินี้ ชาติหน้า อะไรคือชาติ ตำรวจ ทหาร เคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติกันทุกวัน เอกราชจะมิให้ไครข่มขี่ รักชาติกันทุกวัน ตอนวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งหรือการดื่มน้ำสาบาน เจ้าพ่อจะยืนหลังๆ ทำปากหมุบหมิบไม่ออกเสียง เห็นได้ทั่วไป นั่นคือชาติไทย รักชาติไทย เวลาเกิดปัญหาก็หนีไปต่างประเทศนั่นก็รักชาติไทย มีเรื่องนิดหน่อยก็ไปต่างชาติ นั่นคือจิตใจแท้จริงของความรู้สึกว่าชาติของคนไทย
เทคโนโลยีที่ทันสมัย และ การรักชาติที่แท้จริงของคนอเมริกา ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะทำเพื่อชาติ อย่างแท้จริง
ซึ่งต่างกับไทย ซึ่งมีการหนีทหารอยู่ทุกปีไป
อนาคต
นม เป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกตาสีตาสาที่หาเช้ากินค่ำ เขาส่งลูกไปเรียนเพราะความจำเป็นพื้นฐาน เพราะตกอยู่ภายใต้ระบอบทุนนิยม ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ถูกนำมาใช้
ตาสีหวังว่าลูกเขาจะได้รับนมที่ดี ทำให้ไอ้ไข่ลูกชายสุดที่รักแข็งแรงได้เพราะข้าวที่ได้กินที่บ้านก็เพียงวันละ 2 มื้อ คงไม่พอสำหรับการเติบโตของไอ้ไข่
แต่หารู้ไม่ว่า ไอ้ไข่ ได้กินน้ำผสมแป้งมันกับน้ำตาล
ทุกวันนี้ไอ้ไข่นอนซมอยู่โรงพยาบาล เพราะ แป้งมันผสมน้ำและน้ำตาลเสือกบรรจุกล่องผิด เพราะคนบรรจุไม่มีความรู้สูงพอเพราะจบ ป 4
ตาสีหวังว่าลูกเขาจะได้รับนมที่ดี ทำให้ไอ้ไข่ลูกชายสุดที่รักแข็งแรงได้เพราะข้าวที่ได้กินที่บ้านก็เพียงวันละ 2 มื้อ คงไม่พอสำหรับการเติบโตของไอ้ไข่
แต่หารู้ไม่ว่า ไอ้ไข่ ได้กินน้ำผสมแป้งมันกับน้ำตาล
ทุกวันนี้ไอ้ไข่นอนซมอยู่โรงพยาบาล เพราะ แป้งมันผสมน้ำและน้ำตาลเสือกบรรจุกล่องผิด เพราะคนบรรจุไม่มีความรู้สูงพอเพราะจบ ป 4
Bird eyes view
หลายครั้ง ที่ข้าพเจ้ามีโอกาสดูหนังซึ่งเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีทางหนึ่ง ได้รู้วิธีการต่างๆมากมายยิ่งนัก
หนึ่งในนั้นก็คือ วิธีการกำจัดสิ่งไม่พึงประสงค์โดยสติปัญญาและความไม่เห็นแก่ตัว
วิธีการที่ในหนังใช้ ทำไม่ยาก ทำง่ายมาก ขอยกตัวอย่างให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจกัน
ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง หนังสงคราม ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจว่าตนนั้นถูกต้อง
ฝ่ายหนึ่งมีปืนเป็นอาวุธ อีกฝ่ายมีปืนและเสื้อเกราะ เมื่อรบกันฝ่ายที่มีเสื้อเกาะชนะเพราะอีกฝ่าย ยิงไม่เข้า
อีกกรณีหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ฝ่ายหนึ่ง ใช้เพียงกำลังทหาร แต่อีกฝ่ายใช้ระบบดาวเทียมตรวจจับความร้อน หรือกล้องตรวจจับความร้อน เพื่อให้ทราบถึงแหล่งที่ตั้งของข้าศึก เมื่อทราบแล้วก็ใช้ปัญญาที่มีคำนวณต่างๆจนสามารถใช้ขีปนาวุธยิงถล่มเป้าหมายได้โดยมิต้องเลือดตกยางออกแม้เพียวนิด
หลักที่เป็นสัจธรรมที่ข้าพเจ้าเห็นเป็นประจำอีกเรื่องคือ บุตรไครไครก็รัก และ ไม่เห็นขี้ดีกว่าใส้เด็ดขาด
ผู้บังคับบัญชาเหล่าทัพ ของประเทศไทย ผ่านโรงเรียนมาทั้งสิ้น ได้วุฒิการศึกษา วิศวกรรมศาสตร์ บัณทิด ทั้งสิ้น วิศวกรรม คือการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
แต่ไม่ทราบว่า เป็นอะไร ถึงได้กระทำการดังเสมือนว่า คนเป็นไก่ เลี้ยงโตภายใน 2 เดือน
กระผมไม่เคยเห็นบุตรของผู้บังคับบัญชา เป็นพลทหาร และถูกส่งไปเพื่อเป็นเป้าให้ถูกยิงก่อน(ขึ้นชื่อว่ารบ แต่ไม่รู้ว่ารบกับไคร) พ่อแม่คนที่ตายไปได้รับเงินค่าลูกตายซึ่งไม่พอสำหรับสุราของคนบางคนที่ใช้ให้เขาไปตาย และธงสามสี 1 ผืนไม่เกิน 79 บาท
มาเลเซีย ไครลัก ตัดมือ เท็จ ดีดปาก ยิง ประหาร ทั้งทั้งที่อยู่ไกล้บ้านเรา เมืองเราไครพูดสัจธรรม จะมีสัตว์มาคอยทำให้ระแวงหน้าระแวงหลังอยู่เสมอๆและมักจะใช้ลูกเหล็กราคา 14 บาท มาฝังสมองเสมอ คงคิดว่าจะช่วยเติมธาตุเหล็กให้สมองได้ แต่คนเท็จจะได้รับการยกย่องเสมอ
เลือกผมสิครับพ่อแม่พี่น้อง อย่างโน้นอย่างนี้ เอาเข้าจริง สินค้าเกษตร ยางพาราเหลือกิโลกรัมละ 27 บาท
พริกขี้หนู และสมุนไพรไทย ก็กลายเป็นสิ่งมีพิษไป
คนใหญ่ คงได้เงินสักฟ่อนใหญ่ๆเพื่อการทำแบบนี้ หรือไม่ก็มีปมด้อย ปากเจอะเวลากินแกงเผ็ดละมั้ง
ก็ว่ากันไป เมืองไทยที่เราอยู่
หนึ่งในนั้นก็คือ วิธีการกำจัดสิ่งไม่พึงประสงค์โดยสติปัญญาและความไม่เห็นแก่ตัว
วิธีการที่ในหนังใช้ ทำไม่ยาก ทำง่ายมาก ขอยกตัวอย่างให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจกัน
ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง หนังสงคราม ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจว่าตนนั้นถูกต้อง
ฝ่ายหนึ่งมีปืนเป็นอาวุธ อีกฝ่ายมีปืนและเสื้อเกราะ เมื่อรบกันฝ่ายที่มีเสื้อเกาะชนะเพราะอีกฝ่าย ยิงไม่เข้า
อีกกรณีหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ฝ่ายหนึ่ง ใช้เพียงกำลังทหาร แต่อีกฝ่ายใช้ระบบดาวเทียมตรวจจับความร้อน หรือกล้องตรวจจับความร้อน เพื่อให้ทราบถึงแหล่งที่ตั้งของข้าศึก เมื่อทราบแล้วก็ใช้ปัญญาที่มีคำนวณต่างๆจนสามารถใช้ขีปนาวุธยิงถล่มเป้าหมายได้โดยมิต้องเลือดตกยางออกแม้เพียวนิด
หลักที่เป็นสัจธรรมที่ข้าพเจ้าเห็นเป็นประจำอีกเรื่องคือ บุตรไครไครก็รัก และ ไม่เห็นขี้ดีกว่าใส้เด็ดขาด
ผู้บังคับบัญชาเหล่าทัพ ของประเทศไทย ผ่านโรงเรียนมาทั้งสิ้น ได้วุฒิการศึกษา วิศวกรรมศาสตร์ บัณทิด ทั้งสิ้น วิศวกรรม คือการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
แต่ไม่ทราบว่า เป็นอะไร ถึงได้กระทำการดังเสมือนว่า คนเป็นไก่ เลี้ยงโตภายใน 2 เดือน
กระผมไม่เคยเห็นบุตรของผู้บังคับบัญชา เป็นพลทหาร และถูกส่งไปเพื่อเป็นเป้าให้ถูกยิงก่อน(ขึ้นชื่อว่ารบ แต่ไม่รู้ว่ารบกับไคร) พ่อแม่คนที่ตายไปได้รับเงินค่าลูกตายซึ่งไม่พอสำหรับสุราของคนบางคนที่ใช้ให้เขาไปตาย และธงสามสี 1 ผืนไม่เกิน 79 บาท
มาเลเซีย ไครลัก ตัดมือ เท็จ ดีดปาก ยิง ประหาร ทั้งทั้งที่อยู่ไกล้บ้านเรา เมืองเราไครพูดสัจธรรม จะมีสัตว์มาคอยทำให้ระแวงหน้าระแวงหลังอยู่เสมอๆและมักจะใช้ลูกเหล็กราคา 14 บาท มาฝังสมองเสมอ คงคิดว่าจะช่วยเติมธาตุเหล็กให้สมองได้ แต่คนเท็จจะได้รับการยกย่องเสมอ
เลือกผมสิครับพ่อแม่พี่น้อง อย่างโน้นอย่างนี้ เอาเข้าจริง สินค้าเกษตร ยางพาราเหลือกิโลกรัมละ 27 บาท
พริกขี้หนู และสมุนไพรไทย ก็กลายเป็นสิ่งมีพิษไป
คนใหญ่ คงได้เงินสักฟ่อนใหญ่ๆเพื่อการทำแบบนี้ หรือไม่ก็มีปมด้อย ปากเจอะเวลากินแกงเผ็ดละมั้ง
ก็ว่ากันไป เมืองไทยที่เราอยู่
เขียนจากใจ ใส่ความรู้สึก ผสมผสานกับจิตวิญญาณแบบเด็กๆ
นานมาแล้ว เมื่อโลกนี้ยังเป็นปริศนาอยู่ ได้มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเกิดขึ้นหลายเผ่าพันธ์ หนึ่งในนั้นก็คือสิ่งที่เรียกตัวเองว่าผู้มีอารยธรรม ประเสริฐสุดกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บางตำราก็ว่าเกิดขึ้นเมื่อ ล้านปีก่อน บางคนก็ว่าเกิดมาเมื่อหมื่นปีก่อน กระผมซึ่งพลอยติดร่างแหของคำคำนี้ซึ่งเรียกตัวเองว่าคือกลุ่มกลุ่มนั้น สิ่งที่เห็นได้บ่อยๆ เมื่อสิ่งที่เรียกตนว่าประเสริฐสุดในหมู่สิ่งมีชีวิตทั้งปวงนั้น ไม่สามารถเอาใบไม้ใบเล็กๆมาปิดบังซึ่งสิ่งที่ได้กระทำซึ่งน่าอับอายยิ่งนัก หรือ ในบางกรณีที่อยู่ซึ่งนอกเหนือห้วงสติปัญญาและจินตนาการของสิ่งนั้นจะครอบคลุมไปถึงก็จะกล่าวโทษสิ่งที่ไม่มีชิวิต นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งมันก็น่าแปลกใจ
เป็นเช่นนั้นมาเรื่อยๆ จนย่างเข้าสู่ยุคที่มีจำนวนสิ่งเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพราะความไม่เท่าเทียมกันทั้งทางอินทรีและปัญญา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น บางแหล่งก็ว่ามาจากกรรมเก่าบางแหล่งก็ว่ามาจากต้นกำเนิดของสิ่งที่ผสมกันเพื่อให้ได้สิ่งๆนั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิใช่ปัญหาไม่ที่จะอยู่กันได้อย่างพอ
บางตัวว่าตนนั้นที่เกิดมาเป็นตนนั้น เพราะการวิวัฒนาการ บางตัวว่าไม่ไช่ ซึ่งก็ยังไม่สรุปได้ว่าสิ่งใหนผิดสิ่งใหนถูก กระผมได้เรียนมาจากบุคคลผู้ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ แลกกับสิ่งที่สมมุติขึ้นเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ไปอีก 1 วัน ว่า อย่างโน้นว่าอย่างนี้ แต่ถึงกระนั้น กระผมก็ไม่สามารถที่จะโต้แย้งอะไรได้เนื่องจากมันเป็นสัจธรรม
โลกหมุนรอบตัวโลกเองและยังหมุนรอบดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ก็หมุนรอบตัวดวงอาทิตย์เอง ทำไมดวงอาทิตย์จึงไม่หมุนรอบโลกบ้าง นั่นก็เป็นสัจธรรมที่กระผมได้ตรัสรู้เล็กๆในกาลหนึ่งซึ่งสติสัมปชัญญะครบสมบูรณ์ สิ่งประเสริฐสุดของบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งมวลเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดนั่นคือ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้อื่นดังเช่นดวงอาทิตย์จะได้รับการห้อมล้อมอยู่เสมอไป สามารถเห็นและรับรู้ได้ทั้วไปทั้งๆที่มีแต่ความร้อนมีแต่ความอันตรายแต่ก็ยังได้รับการยกย่องกล่าวขาน คงอยู่ในจิตใต้สำนึกของสิ่งมีชีวิตสุดประเสริฐโดยทั่วไป
จากเดี่ยวๆกลายเป็นก๊กเป็นเหล่าเป็นกองเป็นทัพทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วน่าจะมีปัญญามากขึ้นเพราะมีสิ่งที่เรียกว่าสมอง จำนวนมาก รวมกันอยู่ แต่เปล่า เมื่ออยู่กันเป็นกองแล้ว ก็เสมือนว่าโดดเดี่ยวเพราะแท้ที่จริงแล้ว จะมีเพียงสมองเดียวของผู้แข็งแกร่งทั้งทางความจริงและทางสมมุติ คอยสั่งการให้บรรดาสมองเล็กๆคอยมาหมุนรอบตนเพื่อความไม่เท่าเทียมซึ่งอาจจะเป็นได้โดยความตั้งจิตและความไม่ตั้งจิต
กระผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทราบถึงสิ่งบางอย่างที่ได้มาจากประสบการณ์บางอย่าง ทำให้ชั่งได้ว่าเป็นสัจธรรม
ดังเช่นที่กล่าวไปแต่ต้นแล
เป็นเช่นนั้นมาเรื่อยๆ จนย่างเข้าสู่ยุคที่มีจำนวนสิ่งเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพราะความไม่เท่าเทียมกันทั้งทางอินทรีและปัญญา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น บางแหล่งก็ว่ามาจากกรรมเก่าบางแหล่งก็ว่ามาจากต้นกำเนิดของสิ่งที่ผสมกันเพื่อให้ได้สิ่งๆนั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิใช่ปัญหาไม่ที่จะอยู่กันได้อย่างพอ
บางตัวว่าตนนั้นที่เกิดมาเป็นตนนั้น เพราะการวิวัฒนาการ บางตัวว่าไม่ไช่ ซึ่งก็ยังไม่สรุปได้ว่าสิ่งใหนผิดสิ่งใหนถูก กระผมได้เรียนมาจากบุคคลผู้ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ แลกกับสิ่งที่สมมุติขึ้นเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ไปอีก 1 วัน ว่า อย่างโน้นว่าอย่างนี้ แต่ถึงกระนั้น กระผมก็ไม่สามารถที่จะโต้แย้งอะไรได้เนื่องจากมันเป็นสัจธรรม
โลกหมุนรอบตัวโลกเองและยังหมุนรอบดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ก็หมุนรอบตัวดวงอาทิตย์เอง ทำไมดวงอาทิตย์จึงไม่หมุนรอบโลกบ้าง นั่นก็เป็นสัจธรรมที่กระผมได้ตรัสรู้เล็กๆในกาลหนึ่งซึ่งสติสัมปชัญญะครบสมบูรณ์ สิ่งประเสริฐสุดของบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งมวลเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดนั่นคือ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้อื่นดังเช่นดวงอาทิตย์จะได้รับการห้อมล้อมอยู่เสมอไป สามารถเห็นและรับรู้ได้ทั้วไปทั้งๆที่มีแต่ความร้อนมีแต่ความอันตรายแต่ก็ยังได้รับการยกย่องกล่าวขาน คงอยู่ในจิตใต้สำนึกของสิ่งมีชีวิตสุดประเสริฐโดยทั่วไป
จากเดี่ยวๆกลายเป็นก๊กเป็นเหล่าเป็นกองเป็นทัพทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วน่าจะมีปัญญามากขึ้นเพราะมีสิ่งที่เรียกว่าสมอง จำนวนมาก รวมกันอยู่ แต่เปล่า เมื่ออยู่กันเป็นกองแล้ว ก็เสมือนว่าโดดเดี่ยวเพราะแท้ที่จริงแล้ว จะมีเพียงสมองเดียวของผู้แข็งแกร่งทั้งทางความจริงและทางสมมุติ คอยสั่งการให้บรรดาสมองเล็กๆคอยมาหมุนรอบตนเพื่อความไม่เท่าเทียมซึ่งอาจจะเป็นได้โดยความตั้งจิตและความไม่ตั้งจิต
กระผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทราบถึงสิ่งบางอย่างที่ได้มาจากประสบการณ์บางอย่าง ทำให้ชั่งได้ว่าเป็นสัจธรรม
ดังเช่นที่กล่าวไปแต่ต้นแล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
