วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

น้ำมันไทย

ปัญหาจากราคาน้ำมันแพงกลายเป็นประเด็นที่หลาย

ฝ่ายพุ่งเป้าโจมตีไปที่ ปตท.

ข้อหาคือ ปตท.กำหนดราคาขายปลีกน้ำมันสูงเพื่อสร้างผลกำไร

การอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ทำให้ ราคาน้ำมัน

เมืองไทยแพงเกินควร

กลายเป็น ปตท.เป็นต้นเหตุที่ราคาน้ำมันแพง

ในขณะที่นักการเมือง ทั้งรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรี

พลังงานหุบปากเงียบ ไม่ออกมาชี้แจงต้นเหตุที่แท้จริง

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง รัฐบาลนั่นแหละคือตัวการที่ทำให้น้ำมันแพง

ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันขายปลีกลิตรละ 30 บาท

รัฐบาลหักค่าต๋งไปเนื้อๆเนตๆ 15 บาทโดยประมาณ

เพราะน้ำมันหนึ่งลิตร ต้องบวกภาษีสรรพสามิต 7

บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 เปอร์เซ็นต์ บวกภาษี

เทศบาล 70 สตางค์ หักเข้ากองทุนน้ำมัน 6 บาท หัก

เข้ากองทุนพัฒนาพลังงานอีก 1 บาท

แถมขายปลีกหน้าปั๊มยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำอีก 7 เปอร์เซ็นต์!!

รวมเบ็ดเสร็จ น้ำมันทุกลิตรเป็นต้นทุนจริง 50

เปอร์เซ็นต์ เป็นรายได้รัฐบาลอีก 50 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งราคาน้ำมันแพงเท่าไหร่ รายได้ของรัฐบาลก็เพิ่ม

ขึ้นไปด้วยในสัดส่วนเท่ากัน

พูดชัดๆคือ น้ำมันลิตรละ 30 บาท เป็นราคาน้ำมัน

จริงๆลิตรละ 15 บาท อีก 15 บาท เป็นค่าต๋งไหลเข้ากระเป๋ารัฐบาล

หรือพูดให้ชัดยิ่งขึ้นอีกคือ ราคาน้ำมันดิบ บวกค่าขน

ส่ง บวกค่ากลั่น บวกค่าการตลาด รวมเบ็ดเสร็จลิตร

ละ 15 บาทเท่านั้นเอง

ก็เพราะยังงี้ไง ราคาน้ำมันขายปลีกเมืองไทยถึงต้อง

แพงกว่าสิงคโปร์

ทำให้คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงเกินจริงไปถึงเท่าตัว


นี่คือความจริงนอกจอที่นักการเมืองไม่ยอมบอกประชาชน

แต่ที่แสบริดสีดวงยิ่งกว่าคือ พรรคประชาธิปัตย์เคย

ประกาศไว้ในแผน 99 วัน ทำได้จริง ว่า ถ้าพรรคประ

ชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันที

และจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงเห็นผลทันตา

นอกจากไม่ทำตามสัญญา ยังขึ้นภาษีน้ำมันซะจั๋งหนับบุเรงนอง.

อย่างนี้ประชาชนก็ร้องไม่ออกแว้วววววววววววว

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น