สิ่งที่เรียกตนว่าผู้ที่มีปัญญาสูงสุดในสิ่งมีชิวิต ที่มีอายุขัยหลายปีและมีอาณาจักรสมมุติเป็นของตนเองแล้ว มักจะใช้ประสบการณ์และปัญญาของตนมาตัดสินผู้อื่นเสมอ มักจะสร้างกรอบความคิดให้กับผู้เยาว์กว่าเสมอ ทั้งนี้เพื่อความถูกต้องสมมุติ ที่เขาได้จินตนาการขึ้นว่าต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ไครคิดและทำแบบอื่น ผิดหมด นั่นคือความเป็นตัวกู ของกู ของเขาผู้นั้น
หลายคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่า คิดเหมือนกูนี่แหละ ถูกต้อง ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ในธรรมชาติที่ข้าพเจ้าคิดได้ มันจะไม่มีอะไรผิด หรือ ถูก เพียงแต่เราเป็นผู้ตั้งขอบเขตของความถูกและผิดขึ้นมาเอง จากประสบการณ์ต่างๆ ของตนเองทั้งทางตรงและทางอ้อม ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่าย เช่น เด็กคนหนึ่ง ซึ่งมีฐานะยากจน ที่มีหน้าที่หลายอย่าง ทั้งต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพื่อให้มีชีวิตรอดได้ ท่ามกลางสังคมที่เอารัดเอาเปรียบจากสิ่งทั้งหลาย ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยหวังว่าจะสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ถึงขีดสุดได้ แต่แล้วสิ่งที่หวังมันไม่เป็นดังหวัง เพราะกรอบของความผิดความถูก ได้ถูกนำมาใช้โดยผู้มีความเป็นตัวกู ของกู ซึ่งมีฐานะสมมุติสูงกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นโดยสิ้นเชิงในทุกด้าน
แม้กระทั่งการทำงานเด็กๆเช่นการนำเสนอโดยสื่อความคิดที่ขายอยู่ตามท้องตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกแห่งหนึ่งซึ่งแพร่หลายในด้านการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ต้องทำตามแบบแผนของเขาผู้นั้น ข้าพเจ้าถามตนเองด้วยขี้เลื่อยที่มีว่า มันมีด้วยหรือ ความผิดความถูก ไครเป็นคนตั้งว่าทำแบบนี้ผิดทำแบบนี้ถูก ทั้งๆที่เนื้อหาสาระโดยแท้จริงแล้วก็ทัดเทียมกัน
เด็กหนุ่มคนนั้นทำงานเพื่อแลกกับค่าสมมุติเพื่อช่วยให้มีเรี่ยวแรงต่อไปได้ในแต่ละวันโดยไม่มีเวลาคำนึงถึงการจัดการเวลามากนักเพราะไม่มีเวลาให้จัดการ การตื่นนอนแต่เช้าตรู่เป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่ง เพราะ เขานอนตอนตี 4 ตี 5 เมื่อเวลาเรียนสิ่งสมมุติเป็น 8 โมงเช้า เขาก็ไปสายหรือไม่ได้ไป หากเขาไปสายก็จะได้รับการว่ากล่าวจากผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่า ทำไมถึงมาสายล่ะครับ ? เมื่อคืนทำอะไรอยู่? ทีหลังตื่นให้เช้ากว่านี้นะครับ วิดพื้น 20 ก่อน
ด้วยความที่เขาเป็นเด็กซึ่งอ่อนเยาว์กว่า เขาก็วิดพื้น 20 ครั้ง ตามคำสั่งที่ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ด้วยความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เขามีอาการคล้ายจะเป็นลม เพราะกระเพาะอาหารของเขายังไม่ได้บดขยี้สิ่งอันใดเลย แขนเขาสั่นเทาในขณะนั่งเรียนสิ่งสมมุตินั้น เพื่อจำและวัดผลกันในวันสุดท้ายของการศึกษาสิ่งสมมุติเหล่านั้น
ขณะนั่งฟังเขาก็สงสัยจึงถามตนเองว่า ผู้ใหญ่ผู้นี้เมื่อครั้งอายุเท่ากับเขา เขาทำอะไร เขากินอะไร เขาได้สิ่งที่ทำให้เขาอยู่รอดได้อย่างไร ทำไมเขาถึงคิดว่าเขาถูกต้องทุกอย่าง ทำไมเขาต้องเอาตัวของเขามาวัดตัวของเรา เพียงเพื่อที่จะให้เราคิดว่าเขาสุดยอดอย่างนั้นหรือ ทำไมหนอเขาถึงไม่เอาตัวของเราตั้งแล้วให้เราลบออกด้วยตัวของเขา นี่คือสัจธรรมข้อหนึ่งเช่นกัน ที่เด็กหนุ่มผู้นั้นกำลังเผชิญอยู่ตลอดมา
แต่ไม่เพียงกระนั้น เด็กหนุ่มผู้นั้นได้ตั้งปณิธาณอันแน่วแน่ว่า เขาจะไม่เอาตัวเขาเป็นตัวตั้ง และเขาจะเคารพในการกระทำของทุกชีวิต แม้ว่าชีวิตนั้นๆจะไม่สามารถรับรู้ได้ในมโนธรรมได้ลึกซึ้งมากพอก็ตาม
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น