เรื่องต่อมาที่จะเล่าคือ เรื่องบนถนน ข้าพเจ้าเป็นฅนจนไม่มีรายได้แน่นอนจึงต้องไปไหนมาไหนโดยรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งค่าใช้จ่าย/กิโลเมตรถูกที่สุด เรียกได้ว่า มีเงินในกระเป๋ากางเกง 20 บาท ก็ไปได้ 60 กิโลเมตร ซึ่งห่างกับรถของคนรวยที่มีปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3000 ซีซี ถึง 10 เท่า
เวลาว่างๆที่ข้าพเจ้ารู้สึกอยากไปไหนมาไหนตามใจอิสระเพื่อแสวงหาอะไรบางอย่างที่ไม่อาจจะเล่าขานเป็นคำบอกเล่าได้ นั่นเพราะยากที่จะอธิบายความก้าวไกลของจินตนาการอันไกลโพ้น
ข้าพเจ้ามีความเชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้ถึงมอเตอร์ไซค์ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ทั้งในด้านเทคนิด ด้านทางโลกและทางธรรม ข้าพเจ้าสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกและอาการของมัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่แร่โลหะที่ผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมและเศษพลาสติกแปรรูปไม่กี่ชิ้น ข้าพเจ้าพามันไปไกลกว่า 28000 กิโลเมตร ตามกำลังทรัพย์ที่ข้าพเจ้าพอจะหาได้ตามกำลัง เส้นทางที่ข้าพเจ้าไปนั้น มีทุกรูปแบบ สิ่งที่พาลพบบ่อยๆคือ ยานพาหนะที่โตกว่าข้าพเจ้าจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นข้าพเจ้าเวลาขับสวนทางเวลากลางคืน บางคันก็เปิดไฟสูง ซึ่งข้าพเจ้าคิดในใจว่า ทำไมเขาถึงเปิดไฟสูง ข้าพเจ้าตบไฟสูงและต่ำสลับกันไปเพื่อบอกเป็นนัยว่า ข้าพเจ้าแสบตา แต่ก็ไมมีการปรับเป็นไฟต่ำ
วันหนึ่ง ข้าพเจ้าขับขี่รถสองล้อคู่ใจ ออกไปเพื่อแสวงหาความอิสระชั่วขณะอีก ขับด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี อยู่ๆก็มีกระป๋องลอยออกมาจากหน้าต่างรถที่ข้าพเจ้ากำลังจะแซง ทำให้ข้าพเจ้าบีบคลัชท์เพื่อตัดกำลังเครื่องยนต์และหลบกระป๋องใบนั้น คาดว่าเป็นกระป๋องของบริษัทเครื่องดื่มในภาคใต้ เพราะมีสีแดงๆ
ถนนเมืองไทย นับว่ามีความสบายพอสมควรตามแบบฉบับประเทศกำลังพัฒนา ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า ถนนสบายๆแบบนี้ รถที่ออกมาขายน่าจะทำมาให้เหมาะสมพอดีก็น่าจะพอเพียง
มีช่วงหนึ่ง เศรษฐกิจเอื้ออำนวยต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จึงทำให้เกือบทุกหลังคาเรือนสามารถมีทุนทรัพย์ไปดาวน์รถยนต์กัน ( ไม่รวมบ้านของข้าพเจ้า เพราะ จน ) ที่ข้าพเจ้าสังเกตุคือ ทุกหลังคาเรือน จะซื้อรถที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแทบทั้งสิ้น เสมือนหนึ่งว่า ถนนเมืองไทยเป็นหลุมเป็นบ่อลึกครึ่งขา และโคลน 20 เซ็นติเมตร ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่เรียกตัวเองว่าผู้มีปัญญาถึงคิดอะไรแปลกๆ แบบที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิด
ข้าพเจ้าขับรถสองล้อคู่ใจมาถึงสามแยกแห่งหนึ่งซึ่งมีรถขับเคลื่อน 4 ล้อคันสูงคันหนึ่งติดฟิล์มกรองแสงสีดำในเวลาไกล้พลบค่ำ มาในทางโทและมีตราราชสีห์สีทองอยู่ที่ช่องรับลมด้านหน้า ข้าพเจ้าอยู่ทางเอก แต่ต้องหยุดให้ราชสีห์ผ่านไปก่อนเนื่องจากเป็นรถ 2 ล้อราคาถูกและไม่มีอำนาจทางสังคม แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการได้นั่งกินข้าวกับครอบครัวในตอนเย็น
ข้าพเจ้าได้ทราบจากประสบการณ์ว่า ประเทศลาว (ซึ่งคนไทยมักจะว่าคนไทยด้วยกันเองว่า ไอ้ลาว หากคนไทยคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ถูกใจคนอื่น ) ห้ามมิให้คนซื้อรถเงินผ่อน นั่นเพราะอะไร? ข้าพเจ้าถามตนเอง และตอบกับตนเองด้วยปัญญาอันน้อยนิดที่มีผสมกับขี้เลื่อยซึ่งมีจำนวนมากกว่าว่า อ๋อ มันน่าจะมาจากความจริงใจที่ รัฐ ( รัด-ถะ) มีต่อประชาชนของพวกรัฐลาว เพราะประชาชนจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้กับไครบางคน
นั่นคือลาว ( ผมอยากเป็นลาวขึ้นแล้วซี ) ทำไมรัฐไทยจึงไปจ้างรัฐลาวให้สร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับรัฐไทย ? ผมก็ตอบกับตัวเองตามกำลังขี้เลื่อยที่มีอยู่ว่า อ๋อ ก็เพราะว่ารัฐไทย ต้องการนำไฟฟ้ามาจ่ายให้กับอนาคตของ รัฐไทย ที่วันๆเอาแต่เล่น MSN หรือ HI5 หรือไม่ก็เกมส์ออนไลน์ ละมั้ง ก็มั่วๆไปตามหลักความจริง
ขับรถสองล้อคู่ใจจนอิ่มเอิบใจดีแล้วก็ทำตนให้ร่มรื่น กินข้าวกินปลาตามอัตภาพ เปิดดูข่าวสารและรายการต่างๆ ได้มีโอกาสชมรายการทีวีของประเทศไทย จากขี้เลื่อยของข้าพเจ้าแสดงให้เห็นว่า สาระมีแค่ 5 ในร้อย ต่างจากรายการของรัฐอื่นๆ ( อาจจะเป็นเพราะข้าพเจ้าไม่ได้ดูรายการที่ไม่ดีของรัฐอื่นแล้วมาพูดเรื่อยเปื่อย) เช่น สหรัฐ มีรายการ American Inventor ซึ่งข้าพเจ้าชอบที่สุด เอามาเทียบกับรายการไทยก็คงจะเทียบได้พอๆกับคนไทยวันนี้ในข่าว ( คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่องเจ๊ด ) หากแต่คนไทยวันนี้ มีเวลาการออกอากาศไม่เกิน 5 นาที / วัน ละครหลังข่าวบ้านเราก็มีอยู่พอจะสรุปใจความได้ ตอนแรก พระเอกไม่รู้จักนางเอก หรือรบกันก่อนหรือเกี่ยวข้องกับพี่ๆน้องของพระนาง ทั้งแม่ยาย ลูกเขย พี่สะไภ้ ตอนจบพระเอกก็จะแฮบปี้เอนดิ้งเสมอมา ต่างกับละครของ อเมริกา ( อีแล้วเหรอวะเนี่ย ) เช่นเรื่อง ไปรซั่น เบรค เป็นต้น
ว่ากันยาวพอสมควร ก็พูดกันไปตามประสาฅนจน
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น